ป่าชายเลน คฤหาสน์สีเขียวในชุมชนใหญ่ที่ช่วยโลกลดคาร์บอน “ธรรมชาติเก่งมากเลย สร้างป่าชายเลนไว้แถวปากแม่น้ำตลอดทุกสาย เป็นพื้นที่สีเขียวด่านสุดท้ายในการกรองของเสียก่อนปล่อยน้ำลงสู่ทะเล ทำให้น้ำสะอาด เติมออกซิเจนให้กับพืชและสัตว์น้ำ แล้วยังช่วยลดคาร์บอนด้วย” ครูแดง – เกรียงศักดิ์ ฤกษ์งาม สรุปความสำคัญของป่าชายเลนให้เราเข้าใจง่ายและเห็นภาพชัดเจน วันนี้ครูแดงพาเรามาสังเกต ตั้งคำถาม ให้เกิดการเชื่อมโยงของพืชและสิ่งมีชีวิตในป่าชายเลนแบบเริ่มที่ “เรียนรู้” จนกลายเป็น “ความรู้” ในที่สุด ทำไมพื้นที่เขตบางมดและบางขุนเทียนถึงมีป่าชายเลน สรุปสั้นๆ ได้ว่า เพราะพื้นที่เขตบางมดและเขตบางขุนเทียนตั้งอยู่ติดกับชายฝั่งทะเล บริเวณปากแม่น้ำเจ้าพระยาที่คอยหล่อเลี้ยงสิ่งมีชีวิตและนำพาสิ่งต่างๆ ลงสู่อ่าวไทยตอนใน อธิบายเพิ่มเติมคือ ป่าชายเลนจะเกิดในพื้นที่ซึ่งเป็นพื้นที่ดินเกิดใหม่ โดยเริ่มจากมีตะกอนดินที่ไหลมารวมกับน้ำในแม่น้ำ เมื่อมาถึงปากแม่น้ำบริเวณที่น้ำจืดไหลลงมาพบกับน้ำเค็ม ระหว่างน้ำทะเลขึ้นสูงสูงสุดถึงน้ำทะเลลงต่ำที่สุด น้ำจะไหลช้าลงและน้ำมีรสกร่อย ตะกอนดินจะจมลงทับถมกันจนเป็นผืนแผ่นดินใหม่ เรีย
เมนูพืชลักจืดลักเค็ม
เมนูพืชลักจืดลักเค็ม เปิดครัวครูแหม่ม เมนูพืชถิ่นน้ำลักจืดลักเค็ม กินอร่อยแถมโตง่ายแบบไม่ต้องคอยดูแล เนื่องจากพื้นที่ในเขตบางมดและบางขุนเทียนอยู่ติดทะเล ทำให้มีช่วงที่น้ำเค็มจากทะเลไหลเข้ามาเจอกับน้ำจืดจากแม่น้ำ ลำคลอง หรือแหล่งน้ำบนฝั่ง บริเวณที่ทั้งน้ำจืดกับน้ำเค็มมาผสมกัน ชาวบ้านมักเรียกว่า น้ำลักจืดลักเค็มหรือน้ำสองใจ แต่หลายคนอาจคุ้นกับคำว่า น้ำกร่อย มากกว่า เพราะเป็นดินแดนสุดพิเศษจึงมีพืชเฉพาะถิ่นสุดมหัศจรรย์หลายชนิดที่ทั้งกินได้และรสชาติดี มีสรรพคุณทางอาหารและยา ที่สำคัญคือ ทนสภาพน้ำเค็ม น้ำกร่อย โตไวตามธรรมชาติที่ดีไม่ถูกรุกราน ขยายพันธุ์ง่ายแบบไม่ต้องดูแลมาก เช่น ชะคราม โกงกาง ขลู่ เบญจมาศน้ำเค็ม พังกาหัวสุม ผักเบี้ยทะเล ลำแพน แม้ปัจจุบันพืชท้องถิ่นเหล่านี้ถูกลืมไปหรือไม่นิยมนำมารับประทานแล้ว เนื่องจากมีทางเลือกในการบริโภคมากขึ้นในปัจจุบัน แต่ครูแหม่ม อรัญญา ฤกษ์งาม ยังคงอนุรักษ์ภูมิปัญญาในการทำประกอบอาหารจากพืชป่าชายเลนไว้ พร้อมเปิดครัวครูแหม่มให้ดูว่าต้องเลือกและจัดการอย่างไรถึงจะดึงความสดอร่อยของพืชแต่ละชนิดออกมาได้ พร้อมเคล็ดลับความอร่อยที่ใครลองชิมแล้วก็ต้องติดใจ และนำไป
น้าโบ๋ ผู้พัฒนาเรือหางยาวโดยสารไฟฟ้าคลองบางมด ต้นแบบแห่งแรกของกรุงเทพมหานคร
น้าโบ๋ ผู้พัฒนาเรือหางยาวโดยสารไฟฟ้าคลองบางมด ต้นแบบแห่งแรกของกรุงเทพมหานคร สนธยา เสมทัพพระ หรือที่ทุกคนเรียกกันว่า น้าโบ๋ ผู้บุกเบิกเปลี่ยนเรือหางยาวจากเครื่องยนต์สันดาปสู่เรือไฟฟ้าแห่งแรกของคลองบางมด ใครจะรู้ว่าน้าโบ๋และเพื่อนๆ ที่เป็นผู้ขับเคลื่อน พัฒนาพื้นที่บางมดมานานหลายสิบปีนี้ เพิ่งย้ายมาอาศัยที่บ้านริมคลองเมื่อปี พ.ศ. 2565 นี่เอง แต่การย้ายบ้านครั้งนี้ กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่ทำให้พื้นที่นี้ถูกพัฒนาอย่างยั่งยืนโดยเฉพาะเรือที่อยู่คู่วิถีคนคลองมาอย่างยาวนาน “เราชอบเรือมาตั้งแต่วัยรุ่น ชอบเดินทางด้วยเรือ” น้าโบ๋เล่าถึงความสัมพันธ์อันยาวนานของตนเองกับเรือ เริ่มชื่นชอบเรือตั้งแต่อายุประมาณ 20 ปี (ย้อนไปกว่า 30 ปีที่แล้ว) แม้ว่าบ้านจะไม่ได้อยู่ติดคลอง แต่เพราะใจรักในการเดินทางด้วยเรือ จึงเริ่มขับเรือเพื่อกิจกรรมสันทนาการกับเพื่อนๆ ขับเรือจากบางหว้าแล่นออกทะเลอ่าวไทยบ้าง ไปดอนหวายบ้าง คลองดำเนินสะดวกบ้าง ไปจนถึงอัมพวา เนื่องจากความสนใจและความหลงใหลในเรือมาตลอด ทำให้น้าโบ๋ทยอยซื้อเรือมาเรื่อยๆ ซื้อเก็บบ้าง ขายต่อบ้าง จนถึงขั้นเปิดให้เช่าเรือคายักเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2545 แต่เพรา