Low-Carbon Travel by Kayak: Eat and Explore at Baan Suan Pa Da – The Ultimate canalside Fun Orchard on Rang Duan Canal

“อยากไปเที่ยวบ้านสวนป้าดาต้องพายเรือไป”

แม้บ้านสวนป้าดาจะอยู่ในเขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร แต่ถ้าอยากไปเที่ยวเราต้องพายเรือไป เพราะบ้านติดคลองแต่ไม่ติดถนน คงวิถีชีวิตดั้งเดิมไว้คือ คลองคือหน้าบ้าน และยังมีบ้าน ละแวกนี้อีกหลายหลังที่ยังคงผูกพันกับสายน้ำ ใช้ชีวิตติดคลองตั้งแต่เด็กจนถึงวัยเกษียณ

เริ่มต้นทริปก็เดินทางด้วยวิธีที่ปล่อยคาร์บอนต่ำแบบสุดๆ แล้ว ยังมีกิจกรรรมกรีนๆ อีกมากมายให้เราได้ลองทำ เป็นสวน(สุด)สนุก ทั้งกินมะพร้าวจากต้น ดูนก ยกยอ กินข้าวเมนูบ้านสวน

เราเริ่มต้นลงเรือที่ท่าเรือหน้าเซฟติสท์ฟาร์มเพราะสะดวกและได้สัมผัสธรรมชาติริมสองฝั่งคลองแบบใกล้ชิด จุดแรกที่ผ่านเป็นรอยต่อ 3 อำเภอ 2 จังหวัดคือ อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ เขตทุ่งครุและเขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร จากนั้นเลี้ยวขวาไปบ้านสวนป้าดา ตลอดเส้นทางประมาณ 400 เมตร จะได้ชื่นชมความเขียวขจี ฟังเสียงนกร้อง และเห็นนกหลากหลายชนิดระหว่างการเดินทาง

ถ้ามาบ้านสวนป้าดาช่วงหน้าร้อน สังเกตง่ายๆ เราจะเห็นดอกคูนสายรุ้ง (รัตนพฤกษ์) สีเหลืองอ่อน อมสีชมพูอ่อน อมสีส้มอ่อน บานเต็มต้นอยู่ริมคลอง และที่ใต้ต้นคูนสายรุ้งมีกาบมะพร้าวเต็มพื้นก็เพราะบ้านป้าเป็นสวนมะพร้าวนั่นเอง ป้าดาเอากาบมะพร้าวมาถมดินเพื่อป้องกันไม่ให้ตลิ่งทรุดจากการจัดเซาะของคลื่นน้ำในคลอง

ขึ้นจากเรือแล้วเรามุ่งหน้าไปกินมะพร้าวสดจากต้นกันเลย ไฮไลต์ของทริปคือ “กินมะพร้าวกินแบบชาวสวน” ก่อนอื่นป้าดาจะสอนวิธีการเลือกมะพร้าวว่า ลูกไหนกินได้แล้ว ลูกไหนยังกินไม่ได้ เพราะมะพร้าวเป็นพันธุ์ต้นเตี้ย ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ก็เก็บมะพร้าวได้อย่างง่ายดายพอเลือกลูกได้แล้วก็หมุนๆ จนหลุดจากขั้ว แล้วใช้มีดเฉาะ ก่อนดื่มต้องดมกลิ่นความหอมหวานก่อน จากนั้นยกซดน้ำมะพร้าว จะให้ดี ต้องซดแบบมีเสียงเหมือนตอนกินน้ำซุป รสชาติหวานชื่นใจ มีความซ่านิดๆ เฉพาะตัวเพราะปลูกในพื้นที่น้ำกร่อย ที่พิเศษสุดๆ คือ ป้าดาใส่ใจเตรียมหลอดจากต้นอ้อแทนการใช้หลอดพลาสติก พอดื่มน้ำหมดแล้วก็ต้องกินเนื้อ ผ่าครึ่งลูกแล้วเฉือนเปลือกมะพร้าวมาทำเป็นช้อน ตักเนื้อมะพร้าวกินได้เลย ทุกขั้นตอนใช้วิธีตามภูมิปัญญาชาวบ้าน ไม่ต้องล้างช้อน ไม่ต้องใช้หลอดพลาสติก ไม่ต้องเปลืองทรัพยากร!

จากนั้นเราลัดเลาะไปตามคันดินเพื่อดูนก จะพรางตัวดูนกใต้ต้นมะพร้าวก็ได้ หรือดูในที่โล่งกลางฟ้ากว้างก็ยิ่งฟิน เจอนกแล้วก็เปิดไกด์บุ๊ก คู่มือดูนกไซซ์มินิมาเทียบได้เลยว่าตัวที่เจอชื่อนกอะไร นอกจากนี้ ยังมีผู้เชี่ยวชาญด้านการดูนก ครูปู (ฤทธิ์ บินอับดุลเลาะห์) จากบ้านสวนมีกิน และ ครูมี่ (ธราธร อัตสาร) จากเที่ยวทั่วบางมด มาให้ความรู้และความสำคัญของนกด้วย นกชนิดที่พบได้บ่อยคือ นกกาน้ำเล็ก นกระจาบทอง และถ้ามาช่วงนกตีนเทียนอยู่ในฤดูผสมพันธุ์ช่วงเดือนพฤษภาคม-เดือนสิงหาคม อาจจะโชคดีได้เจอไข่ของนกตีนเทียน นอกจากนี้อาจจะได้เจอนกยางกรอกพันธุ์ชวา นกยางโทนน้อย นกยางเขียว นกเป็ดผีเล็ก นกปรอดสวน

ไฮไลต์ต่อไปคือ หมู่บ้านนกกระจาบทอง ที่เรามองเห็นนกบินเข้าออกจากรังได้ด้วยตาเปล่า เพราะว่ารังนกอยู่ใกล้มาก รังนกนี้อยู่กับป้าดามานานกว่า 20 ปี ไม่ยอมย้ายไปอยู่ที่อื่นเพราะที่นี่เงียบสงบ ถือเป็นพื้นที่เซฟโซนของนกกระจาบทองอย่างแท้จริง และก่อนกินข้าว เรามาทบทวนและบันทึกเรื่องราวเก็บไว้เป็นความทรงจำดีๆ ที่ได้มาดูนกด้วยกัน

อาหารสูตรบ้านสวนป้าดาอาจจะเป็นเมนูธรรมดาแต่รสชาติพิเศษกว่าใคร เพราะใช้วัตถุดิบที่ปลูกเองในสวนและยกยอจากปลาในคลอง มีทั้งปลาหมอคางดำทอดกรอบ น้ำพริกกะปิสูตรป้าดาเสิร์ฟพร้อมกับผักลวกราดกะทิกินแล้วคล่องคอ ต้มยำน้ำใสปลานิล/ปลากะพงจากทะเล แกงจืดตำลึง น้ำดื่มใบเตย ถ้ามาช่วงที่ต้นลำแพนออกลูกเยอะ ป้าดาจะทำน้ำพริกลำแพนมาให้ได้ลองชิมด้วย

กินข้าวเสร็จแล้ว ใครอยากย่อยอาหาร แนะนำให้มายกยอ ยอใหญ่แต่ยกง่ายมาก เพราะออกแบบมาให้ใช้น้ำหนักตัวกดลงไปและมีเชือกให้ดึง ปลาในคลองมีทั้งปลานิล ปลาหมอคางดำ ปลาช่อน เป็นกิจกรรมธรรมดาแต่ทุกคนที่ได้ลองชอบมาก โดยเฉพาะเด็กๆ เพราะได้ลุ้นว่า ตัวเองจะได้ปลาหรือเปล่า

ปิดท้ายด้วยของหวาน แน่นอนว่าต้องมีส่วนผสมจากมะพร้าวในสวน นั่นก็คือบ้าบิ่นมะพร้าว (coconut pancake) ที่ไม่มีน้ำเปล่าผสมเพราะใช้น้ำมะพร้าวล้วนๆ เมนูนี้เราได้ลงมือทำเอง แต่ก่อนอื่นๆ ต้องไปเก็บดอกไม้กินได้สีสันสดใสเอาไปตกแต่งขนม ทั้งอัญชัน พวงชมพู เข็มหลากสี จากสวนดอกไม้เล็กๆ (แต่อัดแน่นด้วยดอกไม้หลากหลายชนิด) บางคนได้ลองกินน้ำหวานจากดอกเข็มที่ใครหลายคนลืมไปแล้วว่ากินได้ เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วก็ใส่แป้งลงกระทะ วางดอกไม้ รอสักพักแล้วกลับด้าน รอให้สุก กลิ่นหอมหวาน ได้กินตอนร้อนๆ ฟินมากกก

วันไหนจังหวะดีจะเจอลุงนิดขับเรือขายไอศกรีมผ่านหน้าบ้าน เราก็ร้องเรียกได้เลย กินไอศกรีมเย็นชื่นใจเป็นเมนูตบท้ายอย่างสวยงาม คุณลุงจะขับเรือผ่านหน้าบ้านป้าดาช่วงเที่ยง-บ่าย เป็นประจำ ทุกวันเสาร์และอาทิตย์

เวลามาบ้านสวนป้าดา อยากให้ทุกคนแหงนหน้ามองท้องฟ้า เพราะท้องฟ้าที่นี่ป้าดาสวยมากกก ทั้งท้องฟ้า เมฆนุ่มๆ ตัดกับสีเขียวของต้นมะพร้าว หรือสะท้อนกับบ่อน้ำ ถ้าเป็นช่วงดวงอาทิตย์ตกก็มีสีสันงดงามไม่ซ้ำแบบ ถูกใจคนรักท้องฟ้า หรือสาย cloud collector แน่นอน ถ้าดูรูปในมือถือของป้าดา จะมีรูปท้องฟ้าสวยๆ เยอะมาก ป้าดาภูมิใจที่ได้อยู่ที่บ้านหลังนี้ และได้เห็นท้องฟ้าสวยๆ แบบนี้ทุกวัน คงเป็นภาพที่ใครหลายๆ คนอิจฉา เพราะมีท้องฟ้าอันสวยงามให้ดูตั้งแต่เด็กจนตอนนี้เป็นคุณยายแล้ว

ป้าดายินดีต้อนรับทุกคนมาเที่ยวแบบคาร์บอนต่ำที่ทั้งอิ่มท้อง อิ่มบรรยากาศ สัมผัสธรรมชาติแบบใกล้ชิด เป็นสวน(สุด)สนุกริมคลองรางด้วน!

บ้านสวนป้าดา (Auntie DA’s farm)

ที่ตั้ง 18/3 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร

เจ้าของเรื่อง
สุดา แก้วสันติชัย (ป้าดา)

ผู้เขียน
นันทนา พวงนาค

บรรณาธิการ
นันทนา พวงนาค, วิไลวรรณ ประทุมวงศ์

ภาพ
สุดา แก้วสันติชัย, SAFETist Farm

© 2025 Green Blue Rest Bangkok | ท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน